วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

Grouper DRG V.5 มาแล้วครับ

โปรแกรม Grouper DRG V.5 มาแล้วครับ :)



สวัสดีครับคุณผู้อ่านประจำบล็อกทุกท่านในวันนี้แม็กมีบทความดีๆมาฝากกันอีกเช่นเคย :P
แต่ครั้งนี้ขอเอาใจคุณผู้อ่านทางด้านสายงานสาธารณสุขกันบ้างดีกว่าอิอิ ( เพิ่งเริ่มทำงาน และยังไม่รู้จะอัพเรื่องอะไรดีก็เลย ^^)

สำหรับเนื้อหาวันนี้แม็กจะพูดถึง Grouper DRG V.5 ครับ
แต่ใครที่ทราบรายละเอียดอยู่แล้วอยากจะดาวน์โหลด โปรแกรมดาวน์โหลดจะอยู่ท้ายบทความนี้นะครับผม
และสำหรับคนที่ยังไมู่้ทราบรายละเอียด แม็กจะขออธิบายแบบพอสังเขปนะครับ ^^
โปรแกรม DRG Grouper เป็นโปรแกรมหาค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ของกลุ่มการวินิจฉัยโรคร่วมหรือ DRGs นะครับ (ตัวย่อของ DRG : Diagnosis Related Group)

คุณสมบัติของ DRG
• ใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วในระบบ/ใบสรุปประวัติผู้ป่วย
- diagnosis codes, procedure codes, LOS, age,
sex
• มีความใกล้เคียงด้านต้นทุนในการรักษา
• มีความคล้ายคลึงกันทางคลินิก/สื่อความหมายทางการแพทย์
• จำนวนกลุ่มผูู้ป่วยต้องมีปริมาณที่สามารถบริหารจัดการได้
• ปรับเป็นปัจจุบันโดยสม่ำเสมอ

การหาค่า DRG โดยใช้โปรแกรม GROUPER DRG จะมีขั้นตอนหลักๆ 3 ขั้นตอนคือ
1) Patient's data (ข้อมูลประวัติผู้ป่วย) ของ Summary Discharge ที่สำคัญเช่นอายุ,los(วันนอน),สถานะการจำหน่าย รหัสการวินิจฉัยโรคหลัก โรคร่วม รหัสหัตถการ ( ICD-10 , ICD-9) ฯลฯ
2) นำข้อมูล Patient's Data มากรอกลงใน DRG GROUPER ตามช่องที่กำหนด
3) คลิก "หาDRG" จะแสดงค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ (RW , AdjRW ) แล้วครับ


<< ถ้ามองภาพง่ายๆคือ การเอาข้อมูลที่มีการบันทึกไว้แล้วโดยหมอในเวชระเบียน นำมาคีย์หาค่าตัวเลข DRG ในโปรแกรม และนำมาพิจารณาว่าการบันทึกโรคของหมอมีความสัมพันธ์กับภาวะโรคของผู้ป่วย และข้อมูลผู้ป่วยไหม นั่นละครับ ^^">>

<< Download >>โปรแกรม DRG GROUPER V.5
- โปรแกรม Thai DRG Seeker 5.0 (TDS50) ( Grouper V.5 เหมือนภาพตัวอย่างครับ)
- โปรแกรม Thai DRG Grouper 5.0 (TGRP50)
** ขอบคุณลิงค์ดาวน์โหลดจากเว็บ สกส. :สำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ [ Link ]

เขียนบล็อกโดย oนายแม็กกี้o
ขอบคุณเจ้าของบทความเว็บ สกส. และ ข้อมูลจากพี่เวชสถิติ ทุกคนครับ


หมายเหตุ *บทความนี้หากคุณผู้อ่านที่อยู่สายงานอื่นๆอ่านแล้วงง หรือไม่เข้าใจกระผมนายแม็กกี้ ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ :)

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

สถิติผู้ชมบล็อก Maglifesoft



เมื่อวานก็เพิ่งอัพบทความไปหมาดๆ พอวันนี้มาอัพบล็อกอีกละ แต่วันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ีไหนไกลครับท่าน
เพราะแม็กคลิกดูููููููููสถิติของบล็อกแล้ว อดที่จำนำมาเสนอคุณผู้อ่านไม่ได้เชียว ยังไงนะเหรอ ติดตามกัน

ก่อนอื่นแม็กอยากให้ท่านคลิกที่ภาพดูประกอบไปด้วยนะครับ (จากภาพเป็นสถิติประจำสัปดาห์ วันที่ 22 มี.ค.2555 เวลา 18.00 - 29 มี.ค.2555 เวลา 17.00 น.)

เมื่อแยกคนเข้าชมบล็อกแบ่งเป็นดังนี้
แบ่งตามเบราเซอร์ที่ใช้งาน พบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ร้อยละ 46 (จำนวน 30 คน) ใช้ firefox ในการเข้าชม และร้อยละ 33 ใช้ Google Chrome ร้อยละ 12 ใช้ Internet Explorer:IE และมีเพียง ร้อยละ 7 ( 5 คน) เท่านั้นที่ใช้ Safari

แบ่งตามประเทศที่เข้าชม พบว่า เป็นคนไทยเข้าใช้งาน 59 คน(ก็แหงสิ เจ้าของบล็อกเป็นคนไทยนิ ^^) และสหรัฐอเมริกา 5 คน เยอรมนี 1 คน (ไอ้ตรงนี้แหละครับที่ผมแปลกใจเขาเข้ามาถึงบล็อกผมได้ยังไง และเข้ารู้สึกยังไงเมื่อเห็นบล็อกผม ซึ่งเป็นบล็อกสำหรัีบคนไทย หุหุ)

สุดท้ายเมื่อแบ่งตามระบบปฎิบัติการ ( OS : Operating System ) พบว่า ร้อยละ 90 (55 คน) ใช้ OS : Windows ร้อยละ 1 ใช้ OS : Linux และสุดท้าย ร้อยละ 8 ( 5 คน) ใช้ OS : iphone

ส่วนเรื่องบทความ บทความที่ได้รับความสนใจสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวคือ เที่ยวไร่บุญรอด 'เชียงราย'
ไม่รู้ว่าผู้อ่านอยากเที่ยวด้วยรึึึึึึึึป่าวนะครับอิอิ

จะเห็นได้ว่าสถิติในการเข้าชมบล็อกของแม็กนั้นมีหลากหลายและมีผู้ให้ความสนใจทั้งใน และต่างประเทศไม่น้อย ดังนั้นจึงอยากให้ผู้อ่านเสนอแนะ และข้อติ-ชมมาได้เพื่อให้ก่อให้เกิดการพัฒนาบล็อกที่ดียิ่งขึ้นต่อไป .... #สถิติผู้เข้าชมบล็อก


เขียนบล็อกโดย นายแม็กกี้ คนเดิม
webmaster : hpprince.thport.com

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

ไม่ชอบ Facebook Timeline ใช่ไหม เปลี่ยนกลับกันดีกว่าไหม??

สวัสดีครับ ท่านผู้ติดตามประจำบล็อกแม็กทุกท่านครับ บทความนี้ผู้อ่านเห็นหัวเรื่องแล้ว อย่าคิดว่านี่เป็นเรื่องตลก หลายท่านเมื่ออ่าน Topic นี้แล้วอาจจะขำ หรือเถียงว่า Mark เจ้าของ Facebook เคยแถลงข่าวไปแล้วว่าเมื่อ ผู้ใช้เฟสบุ๊คเปลี่ยนเป็น Timeline จะเปลี่ยนกลับมาไม่ได้อีก ถ้าเป็นตอนนั้นผมอาจไม่เถียงเพราะมันก็เปลี่ยนไม่ได้จริงๆนะแหละ T-T
แต่ ณ วันนี้แม็กขอเถียงอย่างที่สุดว่า สามารถเปลี่ยนได้ครับ เพราะเมื่อสักครู่นี่เองที่แม็กค้นหาบทความไอที เพื่อนำมาอัพเดตบนบล็อกแม็กเองก็ได้พบกับบทความนี้ ซึ่งก็ใช้ได้จริงๆ TimelineRemove จากบล็อก ARIP (อ่านเพิ่มเติมจากบล็อกนี้นะ)

เอาละจะเปลี่ยนกันได้อย่างไร Timeline ในเฟสบุ๊ค
1)ไปที่นี่ครับ timelineremove.com จากนั้น เลือกเบราเซอร์ที่เราใช้ Firefox ,IE,Chrom
2) กด"ยินยอม" (แล้วแต่เบราเซอร์ที่เราใช้) เพื่ออนุญาตให้ติดตั้งโปรแกรมบนเบราเซอร์จนเสร็จสิ้น
3) ปิด และเปิด เบราเซอร์ขึ้นมาใหม่ และ logout และ login เฟสบุ๊ค เข้ามาใหม่เพียงเท่านี้ Facebook คุณก็เปลี่ยนไปแล้ว
4) แต่ถ้ายังอาลัย Timeline อยู่ละก็ เพียงแค่ Remove ตัว TimelineRemove ออกไปจากเบราเซอร์ซะ และรีเฟรชเฟสบุ๊คใหม่เท่านี้ Timeline ก็กลับมาละครับ สะดวกใช่ไหมละ #RemoveTimeline

หมายเหตุ - การเปลี่ยนแปลงนี้ใช้ได้เฉพาะเบราเซอร์ที่ติดตั้ง TimelineRemove เท่านั้น ถ้าเข้าเบราเซอร์ตัวอื่นแต่ยังไม่ได้ติดตั้งก็ยังเป็นเหมือนเดิมนะครับ :)

ดูวิดีโอสาธิต วิธีการเปลี่ยน Facebook Timeline ให้เป็น Facebook แบบเดิม




เขียนบล็ฮกโดย : นายแม็กกี้ (Rocky Ricker)
ขอบคุณข้อมูลจาก ARIP

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

Congratulation !!



Congratulation MRS36

บทความนี้เจ้าของบล็อกรู้สึกตื้นตันใจเป็นพิเศษ !! เพราะเนื่องจาก เจ้าของบล็อก (แม็ก)เองได้เรียนจบในก้าวแรกแล้วในระดับอนุปริญญา (2 ปี) เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมาแบบมาดๆเลยทีเดียว

ความสำเร็จจากการศึกษาเวชระเบียนมาตลอดสองปี ทำให้เจ้าของบล็อกจบมาจนได้ แม้ว่าในขณะนี้เรียน
มีความกังวลอยู่เสมอว่าจะจบไหม? จะติดเงื่อนไข?อะไรไหม และรวมไปถึงความกังวลจากการสอบรวบยอด
ที่แม็กได้เล่าให้ฟังไปในบทความก่อนหน้านี้แล้ว จะเห็นได้ว่าแม็กเองใส่ชุดปกติขาว และรับใบผลการเรียน
และใบส่งตัวสำหรับรายงานตัวที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่ตนภูมิำลำเนาตน

รู้สึกซึ้ง และคิดถึงเพื่อนๆอย่างบอกไม่ถูกโดยหวังว่าจะกลับมาเจอกันอีกครั้งกับเพื่อนๆ ซึ่งจะต้องได้เจอกันอีกสิ ตอนที่แม็กเองจะต้องเดินทางเข้ามารับใบประกาศนียบัีตรที่ สวนอัมพรนั่นเอง เอาเป็นว่าพอแค่นี้ก่อนดีกว่า ขณะนี้ (บ่อน้ำตาใกล้แตกเต็มที )

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

การสอบรวบยอด

หลังจากที่แม็กเอง กลับมาจากหลังฝึกงานแม็กได้ นำเสนองาน , สัมมนา ,กระทั่งสอบรวบยอด ซึ่งก็ไม่ได้มีโอกาสแตะบล็อกเลยทำให้บล็อกร้างมากว่า 2 เดือน - -" คราวนี้แม็กเลยมาขออัพเล่าเรื่องที่ผ่านมานิดหน่อย ( ต้องเรียกเป็นการระบายสิเนาะ เอิ๊กก )

การสอบรวบยอด วันที่ 5 มีนาคม 2555 เนื่องจาก แม็กเองเรียนที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ฯ สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเมื่อก่อนจะเรียนจบ ในปีการศึกษาสุดท้าย จะต้องมีการสอบรวบยอด (ตั้งแต่ที่เรียนมา) การสอบนี้วัดอะไรนะหรอ?? ก็คือวัดสมรรถนะของนักศึกษาก่อนจบว่ามีความพร้อมแค่ไหนที่จะกลับไปทำงาน และมีความรู้มากน้อยแค่ไหน สอบกี่วิชาอะไรบ้าง?? สอบวัดเป็นรายสมรรถนะของแต่ละวิชาชีพ (ไม่รวมพวกวิชาทั่วไป เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แบบนี้คงไม่เอามาสอบ)
ยกตัวอย่างเช่น วิชาชีพเวชระเบียน ที่แม็กศึกษาอยู่ เมื่อจบแล้วก็จะมีสมรรถนะ อย่าง เวชระเบียน ,การให้รหัสทางการแพทย์, สถิติและรายงาน , เทคโนโลยีสารสนเทศ และ การบริหารในงานเวชระเบียน เป็นต้น

และในวันนั้น เตรียมตัวอย่างดี จนกระทั่งสอบเสร็จ มองหน้าเพื่อนๆทุกคน ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง คำตอบมีหลากหลาย เช่น "ทำไม่ทันอะ" , " ข้อนี้ตอบอะไร เป็นแบบนี้หรือป่าว " , " โอ๊ะ ตายแล้วละ ตอบผิดลืมใส่ " , " ขอให้ผ่านก็พอแล้วละ " ฯลฯ มีต่างๆนานาๆ ซึ่งที่จริงหลังจากที่สอบเสร็จแล้วมันควรจะโล่งสิ กลับกลายเป็นว่า เครียดกว่าเก่า - -?

วันประกาศผลก็ใกล้เข้ามาแล้ว วันที่ 13 มี.ค. ตัวแม็กเองก็ต้องขอให้ผ่านเช่นกัน ผู้อ่านทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้แมก็กด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ขอตัวก่อนดีกว่า เครียดหนัก !!

ผู้เขียนบล็อก : Mag (นายร็อกกี้ คนเดิม)

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

ก่อนจะเสร็จจากฝึกงาน'เชียงรายประชานุเคราะห์'

มาดูกันสิครับว่าพี่เลี้ยงพาพวกผมไปเลี้ยงไหนกันบ้างและก่อนจะจบฝึกงาน พวกผมทำอะไรกันพี่เลี้ยงพาพวกผม ไปไหนกัน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกับผมได้ ครับ :)



พี่เลี้ยงรพ.เชียงราย เลี้ยงก่อนกลับวิทยาลัยฯ
คืนวันที่ 25 มกราคม 55 ตั้งแต่ 18.00 น.เป็นต้นไป พี่นิด(รพ.เชียงรายฯ) พาพวกผมไปเลี้ยงกุ้งเผาที่ร้านเอกโอชาและก็ได้ถามสารทุกข์สุขดิบ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันระหว่างกัน ให้คำแนะนำแก่น้องฝึกงาน

ก่อนจะกลับจากฝึกงาน อาจารย์พี่เลี้ยง


เที่ยงวันที่ 26 มกราคม 55 พี่เลี้ยง(ป้าเบญจวรรณ) พาไปกินเลี้ยงอาหารกลางวันที่ร้านอาหารอิสลาม ตรงข้ามสุสานเด่นห้าพร้อมกับพี่ Coder และพี่ๆห้องเวชระเบียน หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่ร้านไอศกรีมลุงชม(ธรรมดาของว่างเนาะ ^_^)


วันนี้ 27 มกราคม 55 ช่วงเช้าถ่ายรูปคู่กับพี่ๆเวชระเบียนและพี่เลี้ยงทุกคนทั้งระบบเวชระเบียนและรหัสทางการแพทย์
ได้ของที่ระลึกและของฝากจากพี่เลี้ยงด้วย แต่ที่สำคัญคือพวกเราได้เสื้อยืดกลับไปคนละตัวเท่ห์ชะมัดเลย
อิอิ

(ของที่ระลึกมอบให้อาจารย์พี่เลี้ยง โฮงยาไทย)





และพวกเราก็ยังมีของที่ระลึกมอบให้กับพี่เลี้ยงรพ.เชียงรายด้วย ขอขอบคุณนะครับที่มอบความรู้และประสบการณ์
รวมทั้งความสนุกสนาน และหลายสิ่งหลายอย่างที่มอบให้พวกเรา ขอบคุณจริงๆครับ
น้องๆนักศึกษาฝึกงาน รพ.เชียงราย เวชระเบียน รุ่นที่ 36
@tanaesuan (แม็ก) @Ismaair (แอร์) @อาซาน @Sittikorn (ป๊อบ)
พี่เลี้ยงรพ.เชียงราย
@Khunchai (พี่เมิง) ,
พี่กานต์,
พี่เบญ(ป้าเบญจวรรณ) ,
@Pawinee (พี่แก้ม) ,
@kreaw (พี่แขก) ,
ป้าเพ็ญ-Admit
@พี่ฟองคำ ,
พี่นิด-สุมิตตรา ,
พี่ปู-วรสิทธิ์ ,
@พี่ยา-สุนันสินี
และพี่เลี้ยงคนอื่นๆที่ไม่อาจกล่าวได้หมดทุกคนครับ ทุกคนเป็นกันเองมาก แม้ว่าพวกผมจะเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงาน

ภาพในบล็อกนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับถ้าหากอยากจะรับชมภาพมากกว่านี้โปรดติดตามได้ในอัลบั้มภาพใน Facebook ของผม FB : tanaesuan kaithed และ เฟสบุ๊คพี่ๆเวชทุกคน รวมถึงเฟสบุ๊คเพื่อนร่วมฝึกงานครับ
และว่างๆถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมใหม่ครับ #เชียงรายประชานุเคราะห์


เขียนบล็อกโดย mr.rocky ricker (นายแม็กกี้)
ขอขอบคุณภาพสวยๆเช่นเคย @อาซาน และ @Khunchai (พีเมิง) มากๆครับ

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

เที่ยวไร่บุญรอด 'เชียงราย'

... เฮ้อ เพิ่งอัพขึ้นภูวันเด็กผ่านไปได้ไม่กี่วัน วันนี้ก็ได้ฤกษ์อัพเรื่องใหม่อีกแล้ว แต่ว่าวันนี้จะเป็นเรื่องอะไรนั้น
ว่าแล้วก็ติดตามกันเลยดีกว่าครับ
เที่ยวไร่บุญรอด ต.แม่กรณ์(ดงมะดะ) อ.เมืองเชียงราย
สดๆร้อนๆ จากเมื่อวานนี้(22 ม.ค.55) ประมาณ บ่ายสองกว่าๆหลังจากที่พวกผมไปวัดดอยเขาควายกันแล้ว
ก็พากันไปต่อที่ไร่บุญรอดกัน (ว่างๆบทความต่อไปจะเอามาฝากนะครับวันนี้ทริปนี้ก่อนละกัน ^o^)


พอไปถึงก็บ่ายสองห้าสิบ(14.50 น.) อีกไม่ถึงห้านาที รถรางนำเที่ยวทัวร์ไร่ก็จะออกแล้วพวกผมเลยพากันฃเข้าไปซื้อตั๋วขึ้นรถรางกัน คนละ 50 บาทแถมน้ำอีก 1 ขวด (ตั๋วก็เป็น Postcard ไปในตัวด้วย) จากนั้นได้และคนขับรถรางก็เริ่มนำเราเข้าสู่ไร่บุญรอด ประมาณ 8,700 ไร่ครอบคลุม 4 ตำบล (จำไม่ได้แล้วสิว่าต.อะไรบ้างสงสัยต้องกลับไปฟังพี่ไกด์อีกทีวันหน้า 555+)

ระหว่างทางสองข้างทางก็มีต้นเหลืองเชียงราย และลีลาวดีอยู่ แต่ยังไม่มีดอกมีแต่กิ่งก้านสาขา พี่ไกด์บอกว่าประมาณเดือนหน้า(กุมภาพันธ์ ) ดอกจะบานและทุ่งข้าวบาร์เลย์จะเหลืองออกเต็มที่ (-*-)และแล้วก็ถึงจุดแรกที่พวกเราแวะักันนั่นคือ ไร่พุทรากว่า 50 ไร่


พี่ไกด์พูดให้ฟังว่าพุทราพันธ์นี้(พันธุ์ซื่อหมี่) ขนาดปกติเท่ากับลูกปิงปอง และลูกใหญ่สุดเท่ากับลูกเทนนิส (O.o)ถ่ายรูป+แวะพักประมาณ 10 นาทีพุทราห๊อมมหอม (ตรงไหนหว่า ??~!) ฝั่งตรงข้ามกันเป็นนาที่เตรียมไว้สำหรับ ปลูกข้าวญี่ปุ่นสถานีถัดไปคือ ไร่สตอเบอร์รี่ มะเขือเทศ(พันธุ์อะไรไม่รู้จำไม่ได้) และฝั่งตรงข้ามก็เป็็น จุดชมวิวแปลงสตอเบอรี่ มีอะไรบ้างนะหรอ ?~??
- สาธิตการทำรุ้งกินน้ำ (มุมนี้สวยๆนะ)
- น้ำเต้า,แปลงดอกไม้ พืชผักสวนครัวทั่วไป

สวนน้ำเต้า สวนมะเขือเทศ

รุ้งกินน้ำ และ สวนสตอเบอรี่

จากนั้นสถานีถัดไป สถานีที่ 3 คือไร่ชาอูหลงพี่ไกด์บอกพวกเราว่า ส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ ได้แก่ไต้หวัน ( พี่เขาแซวพวกเรากันอีกว่าไม่แน่ว่าถ้าเราไปประเทศไต้หวันแล้วได้ชากลับมา ชานั้นอาจมาจากไร่ของเรานี้ก็ได้ พวกเราก็ยิ้มๆพลางหัวเราะไปกับพี่ไกด์ด้วย -*-)

กลายเป็นคนเก็บชากันไปซะแล้ว อิอิ

จากนั้นไปสถานีที่ 4 สถานีสุดท้ายของทัวร์ไร่บุญรอดกันแล้วนั่นคือร้านอาหารภูภิรมย์ ซึ่งจุดๆนี้เราสามารถถ่า่ยคู่กับป้ายไร่บุญรอดได้และร้านอาหารที่เขาว่าสามารถเห็นวิวได้ 360 องศาสามารถเห็นวิวได้โดยรอบ(สถานีที่พวกเราผ่านมาเมื่อครู่ก็มองเห็นนะครับ)
แวะถ่ายภาพสักหน่อย อิอิ เหลืองเชียงราย (บานเต็มที่ตอนเดือนหน้า)

จากนั้นเราก็ขึ้นรถรางกลับไปยังหน้าไร่ ซึ่งจุดนี้ระหว่างทางพี่ไกด์แนะนำเราอีกว่า จะมีทางแยกไปดูโรงงานผลิตชา,โรงพักใบชา และทางมาร้านอาหารภูภิรมย์นี้ ถ้ามาด้วยรถส่วนตัวทางไร่บุญรอดอนุญาตให้มาไ้ด้เฉพาะร้านอาหาร โดยปิดถึง 22.00 น.สองข้างทางยามค่ำคืนจะมีตะเกียงน้ำมันส่องตลอดทาง
ส่วนร้านอื่นๆ (ร้านหน้าไร่ กับ รถรางเข้าชมไร่ปิดถึง 18.oo น.)รถรางเข้าชมไร่เริ่ม 9.30 - 17.00 น. (จ.-ศ.ออกรถทุกชั่วโมง ส่วนเสาร์-อาทิตย์ออกทุกครึ่งชั่วโมง เที่ยงจะออกเวลา 12.30 ให้พนง.พักทานอาหารก่อน )

หลังจากลงรถรางเนื่องจากหมดรอบก็ 16.00 น.แล้ว ผมก็ขอถ่ายรูปคู่กับพี่ไกด์นำทาง และก็คนขับรถราง
ให้เราชมไร่ด้วย


ขอขอบคุณมากนะครับที่ให้ข้อมูลและคำแนะนำดีๆแถมมีไมตรีที่ดีด้วยแล้วถ้ามีโอกาสผมจะกลับมาเที่ยวใหม่นะครับ ประทับใจและคุ้มมากครับ ... ไร่บุญรอด

เขียนบล็อกโดย Mr.Rocky Ricker (แม็กกี้)
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก @อาซาน และ @Ismaair และขอบคุณที่่อนุญาตให้เรานำภาพมาลงให้เพื่อนๆได้ชมก้ัน เช่นเคย
หากอยากชมภาพสวยๆใหญ่ คลิกที่ภาพนะครับ (ภาพใดคลิกไม่ได้ก็ตามนั้นครับ ^_^)

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ขึ้ันภูชี้ฟ้า 'วันเด็ก'ตอนที่ 2

หลังจากที่ตอนที่ 1 ผ่านไปให้หลายคนได้ติดตาม แถมยังมีบทความอื่นมาแทรกระหว่างกลางอีก ก็ได้มีโอกาส อัพตอนที่ 2 ซักทีก่อนที่ผู้อ่านจะรำคาญผม (จริงๆก็โดนนานละเนาะ )


ตื่นนอนตอนตี่สี่ครึ่ง(04.30 น.) ล้างหน้าแปรงฟัน (แบบว่าไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่เลย - - ) และรอเวลาจน05.30 น.ก็ขึ้นรถปิกอัพขึ้นไปที่ลานจอดรถบนภูชี้ฟ้า (ค่ารถคนละ ซาว(20)บาท) และเดินต่อขึ้น ภูชี้ฟ้าอีกจะถึงภู ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ถึงจุดหมายก็ประมาณ 06.00 น.แล้วก็รอๆ ร๊ออ รอ ... ถ่ายรูปพูดคุยไปเรื่อยๆ จนเวลาประมาณ 6.20 น. <>แสดง แสงแดดของวัน


เริ่มปรากฎสักพักหมอกก็บังอีก รอจนกระทั่ง 6.45 น. แสงออกและจน 7.10 น. พระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากเส้นขอบฟ้า (เย้ๆ ดีใจจัง เวลาที่เรารอคอยก็มาถึงซะที O.o!! )


หลังจากนั้นท้องฟ้าก็เปิดทั้งหมด เราก็เริ่มไปถ่ายรูปกันในจุดอื่นๆ บนภูชี้ฟ้า รวมไปถึงป้ายภูชี้ฟ้า (จุดสำคัญที่จะลืมไม่ได้ อิอิ ^-^!! )



และอีกอย่างเจอชาวต่างชาติด้วย ขอถ่ายรูปกับเขาและถามว่ามาจากไหน ..ได้รับ
คำตอบกลับมาว่ามาจาก อเมริกา จนพี่เลี้ยงที่พาพวกเราไปทักทำนองแซวว่า "เด็กพวกนี้ ไปไหนก็เจอฝรั่ง(ชาวต่างชาติ)ทุกที่เลยนะ - -! ) ...(ฮะๆ ก็มันบังเอิญนี่นาเนาะ จริงมะ @sittikorn @อาซาน @Ismaair)
ทั้งหมดนี้ก็คือทริปภูชี้ฟ้าประจำปี 2555 วันเด็ก 14 ม.ค.55 ที่พวกผมได้มีโอกาสไปเที่ยวกันมา และนำมาเล่าพร้อมกับเก็บภาพบางส่วนจากทั้งหมดมาฝากให้เพื่อนๆและคุณผู้อ่านมทุกท่านได้ติดตามกัน เผื่อฤดูหนาวหน้าเพื่อนๆ อาจเก็บภูชี้ฟ้านี้ไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยว #travel อีกที่ก็ได้ แล้วพบกันใหม่ี ในบทความ หน้าครับ สวัสดี ...



เ่ขียนบล็อกโดย Mr.Rocky Ricker [Mag @tanaesuan]
ขอขอบคุณ @Ismaair และ @อาซาน - สำหรับภาพสวยๆที่ถ่ายให้เราได้นำมาชมกัน
หมายเหตุ - @ตามด้วยชื่อที่อ้างอิงในบทความนี้คือชื่อตาม FB ไม่ใช่ Twitter ครับอย่าเข้าใจผิดนะ
- (คลิกที่ภาพหากต้องการดูแบบใหญ่ๆ)

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

ประกาศใช้ธนบัตรใบละ 50 บาท 18 ม.ค.นี้

พักจากเรื่องภูชี้ฟ้า ก่อนจะไปต่อตอนที่ 2 ผมมีเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องมาแรงแซงโค้งตอนนี้นั่นคือข่าวประกาศ
การใช้ธนบัตรรุ่นใหม่ล่าสุดนั่นเอง (ไม่งั้นคันไม้คันมือไม่จบสิ้น..) โดยธปท.ประกาศให้เริ่มใช้วันที่ 18 ม.ค.นี้
โดยในวันที่ 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ลงตัวที่ทำให้ ธปท.ประกาศให้มีการใช้ธนบัตรรูปแบบล่าสุดดังกล่าวข้างต้นก็เป็นไปได้เช่นกัน มีใจความจากประกาศที่ผมไปขุดคุ้ยมาจากเว็บ ธปท.มาดังนี้

" นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า ธปท. ได้พัฒนาและ
เปลี่ยนแปลงรูปแบบของธนบัตร โดยออกแบบเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยในสมัยต่าง ๆ พร้อมนำเทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงแบบใหม่มาใช้ เพื่อให้มีความสะดวกในการใช้งาน สามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ทั้งโดยเครื่องจักรนับคัดธนบัตรและโดยประชาชนทั่วไป รวมทั้งผู้พิการทางสายตา
สำหรับธนบัตรแบบใหม่ (แบบ 16) นี้ ธปท. จะทยอยนำออกใช้ 5 ชนิดราคา ได้แก่ 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1000 บาท ซึ่งยังคงมีขนาดและสีเช่นเดียวกับธนบัตรแบบที่ใช้ในปัจจุบัน (แบบ 15) โดยมีกำหนดนำธนบัตร ชนิดราคา 50 บาท ออกใช้เป็นชนิดราคาแรก ในวันที่ 18 มกราคม 2555 "


(ภาพธนบัตร 50 บาทล่าสุด)

โดยลักษณะที่สำคัญของธนบัตรใบละ 50 บาทนี้มีลักษณะดังนี้
1. ลายน้ำ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และลายน้ำตัวเลขไทย
“๕๐” ที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษ มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อส่องดูกับแสงสว่าง

2. แถบสีน้ำเงินที่ปรากฏด้านหลังธนบัตร เป็นแถบพลาสติกเคลือบสีน้ำเงินที่ฝังไว้ในเนื้อกระดาษธนบัตร
ตามแนวยืน โดยเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดงเมื่อเปลี่ยนมุมมอง

3. ภาพซ้อนทับ ตัวเลข 50 พิมพ์แยกไว้บนด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อยกธนบัตรส่องดูกับแสงสว่างจะเห็น
เป็นตัวเลข 50 ที่สมบูรณ 

4. ลายพิมพ์นูน นอกจากที่ตัวอักษรและตัวเลขแจ้งราคาแล้ว ยังมีสัญลักษณ์สำหรับผู้พิการทางสายตา
เป็นรูปดอกไม้สีน้ำเงินเข้มในแนวเฉียง 2 ดอก มาจากตัวเลข “5” ในอักษรเบรลล 

แต่อย่างไรก็ตามธนบัตรรุ่นใหม่และรุ่นก่อนหน้าก็ยังคงสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเช่นเดิม
และสงสัยว่าหลังจากนี้ธนบัตรรุ่นก่อนนี้คงจะหายาก และราคาแพงมากขึ้น เฉกเช่นธนบัตรเก่าๆรุ่นที่ผ่านๆมา
แน่ๆเลย ตอนนี้ผมยังมีแบงค์ 20 รุ่นเก่าๆอยู่เลยนะ ยกเว้นแบงค์สิบบาทแหะหาไม่เจอ เอาเป็นว่ารอบนี้ผมขอตัวไปสะสมแบงค์ 50 ก่อนดีกว่า แล้วพบกันใหม่ครับ ฟ้าวว ...

เขียนบล็อกโดย mr.rocky ricker
ขอขอบคุณอ้างอิงข้อมูลจาก : ธปท.- ธนาคารแห่งประเทศไทย [link บทความ]

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

ขึ้นภูชี้ฟ้า 'วันเด็ก' ตอนที่ 1

... อืมม หลังจากอัพบล็อกล่าสุดเรื่องคำขวัญวันเด็กไปเมื่อปลายปีที่แล้วผ่านมาก็ได้ฤกษ์อัพบล็อกเรื่องใหม่ของปีใหม่ทัันทีในวันนี้ ผมกะว่าจะหาเวลาอัพนานละ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะอัพเรื่องอะไรวัีนนี้พอดีไปเที่ยวมา
เลยมาขออัพบล็อก และอัพเดตภาพสวยๆให้ผู้อ่านลองดูละกันครับ

ทริป(การเดินทาง)ไปยังภูชี้ฟ้านี้ มีจุดเริ่มต้นจากอาจารย์พี่เลี้ยงรพ.เชียงราย(พวกผมมาฝึกงานนะครับ)
เริ่มออกเดินทางเวลา 13.45 น.(วันเด็กแห่งชาติ 14 ม.ค.55 ซะด้วย ^^) ด้วยรถประจำทางเชียงราย-เทิงจัดเรียงกึ่งกลาง

และเริ่มเหมารถสองแถวต่อขึ้นภูชี้ฟ้าปลายทางของเรา ค่าเหมา 700 บาท(แพงหูฉี่- -! ส่งไม่ถึงที่อีกปกติก็ประมาณนี้)
ประมาณ 17.00 ถึงที่พัก (มิได้พักเต้นท์นะ พักที่เรือนทองบ้านพัก )
เห็นรถตู้ช่อง 3 ด้วยสงสัยเตรียมถ่ายรายการสัญจรวันที่ 16 ม.ค.55 (ต้องติดตามดูซะหน่อยแล้ว 55+)
(บริเวณสามแยกไปอุทยาน และบ้านพักบนภูชี้ฟ้า)

18.oo น.ถ่ายรูปและชมบรรยาการรอบๆที่พักระหว่างรอรับประทานอาหาร

19.00 น.เริ่มรับประทานอาหาร และหลังจากนั้น 20.30 -21.00 น.เริ่มชมหิ่งห้อย (แปลกยังไงนะเหรอ ??~?
ก็แปลกตรงที่เจ้าของที่พักบอกว่าเพิ่งเกิดขึ้นปีนี้เป็นปีแรกนะสิ ~O.o!! )
และเริ่มก่อกองไฟผิงกัน (ก็มันหนาวนี่ T-T )


ภาพทั้งหมดนี้เล็กๆน้อยเฉพาะวันแรก 14 ม.ค.นะครับ เดี๋ยวมาต่อตอนที่สองครับ ตื่นนอนกันตอนตีสี่
เพื่อขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอน 6.00 น.บอกได้คำเดียวว่างานนี้ต้องติดตามอย่าพลาดครับ !!

แสดงความคิดเห็น (Comment) กันได้ผ่าน FB ของท่านที่ใต้บทความนี้นี้นะครับ รอติดตามกันนะครับกับตอนที่ 2 ครับ
เขียนบล็อกโดย นายแม็ก(mr.rocky ricker)

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คำขวัญวันเด็กปี 55 ใครเป็นเด็กมาดูกัน -w-

วันนี้นั่งหลังทานข้าวเที่ยงเสร็จ แวะไปร้าน 7-11 ก็เหลือบไปเห็น ไทยรัฐฉบับพรุ่งนี้พาดหัวไว้ว่า นายกยิ่งลักษณ์ มอบคำขวัญแล้ว พร้อมกับข่าวว่า อดีตนายกทักษิณ มีแนวโน้มจะได้กลับมาประเทศไทย แต่ใครจะสนละ เรามาสนเรื่องเราดีกว่า -*-

คำขวัญวันเด็กปี 2555 ซึ่งตรงกับวันที่ 14 มกราคม 2555 นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบให้เด็กและเยาวชนไทยรุ่นใหม่ไว้ดังนี้
" สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี " (จำยากไปไหมเนี้ย -*-)

และเท่าที่ผมลองค้นหา Google ด้วยคำค้นว่า 'วันเด็ก 55' หรือ 'คำขวัญวันเด็ก ปี 2555' ก็จะพบว่าหลายเว็บอัพเดต

คำขวัญปีล่าสุดกันแล้ว และอีกหลายๆเว็บเช่นกันก็จะมาพร้อมกับ คอมเม้นท์ ติเรื่องความขวัญ โดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหลาย อาทิเช่น 'ลายมือไม่สวย' , ' ใช้ภาษาไทยไม่คล่อง' ,และอีกหลายๆคอมเม้นท์ ซึ่งสามารถติดตามอ่านกันได้


แต่งานวันเด็กปีนี้นอกจากคำขวัญแล้ว นายกยิ่งลักษณ์ยังได้อุ๊บไว้เซอร์ไพร์สสำหรับ เด็กๆที่จะมางานที่ตึกสันติไมตรีที่

จะมีการจัดในทุกๆปีอีกด้วย ก็ต้องติดตามกัน ...


ผมว่าแค่คำขวัญอย่างเก่งเด็กๆคงจำได้แค่ สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษา..... และคงคิดต่อไม่ออกแน่ๆ =w= ผมว่านะ คงต้องติดตามต่อกัน


เขียนบล็อกโดยนายร็อคกี้ ริคเกอร์


วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เปลี่ยนมาใช้ Facebook Timeline กันเถอะ

เปลี่ยนมาใช้ Facebook Timeline กันเถอะ

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมได้เปลี่ยนหน้าFB เป็นแบบ Timeline ตามที่ตั้งใจไว้ และไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้อีกแล้ว T-T FB.Timeline คืออะไร หลายคนอาจคงสงสัย ซึ่งอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Facebook Timeline ได้ที่ คลิกอ่าน แต่ถ้ายังไม่เข้าใจสรุปคร่าวๆดังนี้

* Facebook Timeline เป็นรูปแบบของการดำเนินเรื่องราวแบบ Timeline ของเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยสรุปไว้ในหน้าเดียว
* มี Cover รูปภาพ,โพสต์ต่างๆที่เกี่ยวกับตัวเรา
* Apps ของเฟสบุคยังคงมีเหมือนเดิม

พูดง่ายๆก็คือไม่ได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมมากในเรื่องของ Apps ต่างๆยังคงเหมือนเดิม เพียงนำเอาระบบ Timeline มาเพิ่มเข้าไปนั่นแหละ และใครที่เปลี่ยนเป็นไทม์ไลน์แล้วนะครับ ก็พึงทำใจเลยนะครับเปลี่ยนกลับมาใช้แบบเดิมไม่ได้แล้วนะ ซึ่งตอนนี้เท่าที่ผมค้นหาดูใน Google เกี่ยวกับ Timeline ทำให้พบว่า
ผู้ใช้ส่วนใหญ่มีทั้งชอบและไม่ชอบ Facebook Timeline บ้างก็บอกว่าเหมือน hi5 และส่วนใหญ่เกิดความเคยชินปรับตัวไม่ทันเหมือนผมเอง

แต่ก็มีการโพสต์ข่าวในหลายๆบล็อกนะครับว่าอีกไม่นาน Facebook จะบังคับเปลี่ยนให้เป็นtimelineทุกคนอยู่แล้วไม่เกินปีนี้ แต่ก็ต้องติดตามกันต่อนะครับ

ใครไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Facebook Timeline ก็สอบถาม Mag ได้นะครับโดยพิมพ์ทิ้งไว้ที่กล่องสนทนาด้านล่างบล็อกนี้ครับ หรือง่ายที่สุดก็ Google ครับ หลายเว็บตอนนี้ก็มีข้อมูล Facebook Timeline มากพอสมควร

เขียนบล็อกโดย Magkup


วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Merry x-mas or christmas day

"We Wish You Merry Christmas We Wish You Merry Christmas..."
อีกไม่กี่วันแล้วนะครับที่เทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาส หรือ x-mas ก็จะมาถึงกันอีกแล้ว โดยในวันนั้นก็จะเป็นวันที่เด็กๆทุกคนจะได้นำถุงเท้ามาแขวนไ้ว้ที่ปล่องไฟ เพื่อหวังว่าเขาจะได้รับของขวัญที่ดีจากชายเครายาว ใส่ชุดแดงนั่งบนล้อเลื่อน มีเรนเดียร์ลากมาส่งของขวัญให้ เด็กๆเหล่านั้นเพื่อตอบแทนที่เด็กๆเหล่านั้นเป็นเด็กดีตลอดปีที่ผ่านมา ในวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีนั่นเอง แต่เอ๊ะ จะมีใครทราบบ้างว่าประวัติวันคริสต์มาสมีที่มาอย่างไร และจะรออะไรกันอยู่ละ ตามผมไปอ่านกันดีกว่า

ประวัติวันคริสต์มาส หรือ x-mas,christmas อะไรก็ตามแต่
จริงๆแล้วเป็นเทศกาลของศาสนาคริสต์ ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซูแต่ภายหลังเทศกาลนี้ก็มีผู้ร่วมฉลองกันทั่วโลกไม่ใช่แต่คริสเตียนเท่านั้นในปัจจุบัน ในวันนั้นผู้คนมากมายจะเริ่มพากันไปตัดต้นสน (เพราะว่าเป็นต้นไม้ที่หาง่ายที่สุดในประเทศนั้นๆ) เพื่อมาประดับตกแต่งภายในบ้าน มีการเขียนการ์ดคำอวยพรหากัน "Merry Christmas" ที่นิยมกันมากพร้อมกับเพลงในวันคริสต์มาส มีการเล่าเรื่องตำนานซานต้าครอสอีกด้วย
- สาเหตุที่ต้องมีต้นคริสต์มาสนั้นบางตำนานเชื่อว่า เป็นต้นไม้ที่อยู่ในสวนสวรรค์ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากินและทำบาปไม่เชื่อฟังพระเจ้า และเป็นการแสดงถึงบาปกำเนิดของทั้งสองในศตวรรษที่ 11 ชาวคริสต์จำมาเป็นฉากในการแสดงละคร

- ซานตาครอส ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ถือเป็นสัีญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองคริสต์มาสในปัจจุบันโดยเฉพาะในเด็กๆ แต่อันที่จริงแล้วถ้าดูประวัติจริงๆซานตาครอสแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับคริสต์มาสเลยถ้าอ่านประวัติดังกล่าว แล้วซานตาครอส มาได้อย่างไรละ? คำถามนี้คงเกิดขึ้นมานั่นเพราะ มีเหตุมาจาก มีนักบุญคนหนึ่งชื่อ st.nicholas (อ่านว่า เซนต์-นิ-โก-ลาส) เป็นนักบุญชาวฮอลแลนด์ที่อุปถัมภ์เด็กๆ หลังจากนั้นชื่อนักบุญท่านนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็น ซานตาครอส ใส่ชุดสีแดง นั่งรถเลื่อนเรนเดียร์ อย่างที่เล่าในปัจจุบัน ในที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับประวัติวันคริสต์มาส ซึ่งนั่นผมคัดออกมาจากเว็บไซต์2เว็บที่จะทำให้คุณผู้ฟังสามารถเข้าใจได้ง่ายที่สุด แต่ถ้าอยากจะอ่านเพิ่มเติมมากกว่านี้ผมจะทิ้งเป็นเครดิตไว้แล้วนะครับ
สำหรับครั้งนี้ mag ต้องขอกล่าวคำว่า Merry X-mas ผู้อ่านบล็อกล่วงหน้าครับ ^^

อ้างอิงบทความ Wikipedia เจ้าเก่า(แปลไทย) และ Zabzaa สำหรับประวัติที่ค่อนข้างละเอียด
เรียบเรียงและเขียนบทความนี้โดย mag

แสดงความคิดเห็นบนบล็อกนายร็อกกี้ ผ่าน FB