วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

ก่อนจะเสร็จจากฝึกงาน'เชียงรายประชานุเคราะห์'

มาดูกันสิครับว่าพี่เลี้ยงพาพวกผมไปเลี้ยงไหนกันบ้างและก่อนจะจบฝึกงาน พวกผมทำอะไรกันพี่เลี้ยงพาพวกผม ไปไหนกัน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกับผมได้ ครับ :)



พี่เลี้ยงรพ.เชียงราย เลี้ยงก่อนกลับวิทยาลัยฯ
คืนวันที่ 25 มกราคม 55 ตั้งแต่ 18.00 น.เป็นต้นไป พี่นิด(รพ.เชียงรายฯ) พาพวกผมไปเลี้ยงกุ้งเผาที่ร้านเอกโอชาและก็ได้ถามสารทุกข์สุขดิบ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันระหว่างกัน ให้คำแนะนำแก่น้องฝึกงาน

ก่อนจะกลับจากฝึกงาน อาจารย์พี่เลี้ยง


เที่ยงวันที่ 26 มกราคม 55 พี่เลี้ยง(ป้าเบญจวรรณ) พาไปกินเลี้ยงอาหารกลางวันที่ร้านอาหารอิสลาม ตรงข้ามสุสานเด่นห้าพร้อมกับพี่ Coder และพี่ๆห้องเวชระเบียน หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่ร้านไอศกรีมลุงชม(ธรรมดาของว่างเนาะ ^_^)


วันนี้ 27 มกราคม 55 ช่วงเช้าถ่ายรูปคู่กับพี่ๆเวชระเบียนและพี่เลี้ยงทุกคนทั้งระบบเวชระเบียนและรหัสทางการแพทย์
ได้ของที่ระลึกและของฝากจากพี่เลี้ยงด้วย แต่ที่สำคัญคือพวกเราได้เสื้อยืดกลับไปคนละตัวเท่ห์ชะมัดเลย
อิอิ

(ของที่ระลึกมอบให้อาจารย์พี่เลี้ยง โฮงยาไทย)





และพวกเราก็ยังมีของที่ระลึกมอบให้กับพี่เลี้ยงรพ.เชียงรายด้วย ขอขอบคุณนะครับที่มอบความรู้และประสบการณ์
รวมทั้งความสนุกสนาน และหลายสิ่งหลายอย่างที่มอบให้พวกเรา ขอบคุณจริงๆครับ
น้องๆนักศึกษาฝึกงาน รพ.เชียงราย เวชระเบียน รุ่นที่ 36
@tanaesuan (แม็ก) @Ismaair (แอร์) @อาซาน @Sittikorn (ป๊อบ)
พี่เลี้ยงรพ.เชียงราย
@Khunchai (พี่เมิง) ,
พี่กานต์,
พี่เบญ(ป้าเบญจวรรณ) ,
@Pawinee (พี่แก้ม) ,
@kreaw (พี่แขก) ,
ป้าเพ็ญ-Admit
@พี่ฟองคำ ,
พี่นิด-สุมิตตรา ,
พี่ปู-วรสิทธิ์ ,
@พี่ยา-สุนันสินี
และพี่เลี้ยงคนอื่นๆที่ไม่อาจกล่าวได้หมดทุกคนครับ ทุกคนเป็นกันเองมาก แม้ว่าพวกผมจะเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงาน

ภาพในบล็อกนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับถ้าหากอยากจะรับชมภาพมากกว่านี้โปรดติดตามได้ในอัลบั้มภาพใน Facebook ของผม FB : tanaesuan kaithed และ เฟสบุ๊คพี่ๆเวชทุกคน รวมถึงเฟสบุ๊คเพื่อนร่วมฝึกงานครับ
และว่างๆถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมใหม่ครับ #เชียงรายประชานุเคราะห์


เขียนบล็อกโดย mr.rocky ricker (นายแม็กกี้)
ขอขอบคุณภาพสวยๆเช่นเคย @อาซาน และ @Khunchai (พีเมิง) มากๆครับ

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

เที่ยวไร่บุญรอด 'เชียงราย'

... เฮ้อ เพิ่งอัพขึ้นภูวันเด็กผ่านไปได้ไม่กี่วัน วันนี้ก็ได้ฤกษ์อัพเรื่องใหม่อีกแล้ว แต่ว่าวันนี้จะเป็นเรื่องอะไรนั้น
ว่าแล้วก็ติดตามกันเลยดีกว่าครับ
เที่ยวไร่บุญรอด ต.แม่กรณ์(ดงมะดะ) อ.เมืองเชียงราย
สดๆร้อนๆ จากเมื่อวานนี้(22 ม.ค.55) ประมาณ บ่ายสองกว่าๆหลังจากที่พวกผมไปวัดดอยเขาควายกันแล้ว
ก็พากันไปต่อที่ไร่บุญรอดกัน (ว่างๆบทความต่อไปจะเอามาฝากนะครับวันนี้ทริปนี้ก่อนละกัน ^o^)


พอไปถึงก็บ่ายสองห้าสิบ(14.50 น.) อีกไม่ถึงห้านาที รถรางนำเที่ยวทัวร์ไร่ก็จะออกแล้วพวกผมเลยพากันฃเข้าไปซื้อตั๋วขึ้นรถรางกัน คนละ 50 บาทแถมน้ำอีก 1 ขวด (ตั๋วก็เป็น Postcard ไปในตัวด้วย) จากนั้นได้และคนขับรถรางก็เริ่มนำเราเข้าสู่ไร่บุญรอด ประมาณ 8,700 ไร่ครอบคลุม 4 ตำบล (จำไม่ได้แล้วสิว่าต.อะไรบ้างสงสัยต้องกลับไปฟังพี่ไกด์อีกทีวันหน้า 555+)

ระหว่างทางสองข้างทางก็มีต้นเหลืองเชียงราย และลีลาวดีอยู่ แต่ยังไม่มีดอกมีแต่กิ่งก้านสาขา พี่ไกด์บอกว่าประมาณเดือนหน้า(กุมภาพันธ์ ) ดอกจะบานและทุ่งข้าวบาร์เลย์จะเหลืองออกเต็มที่ (-*-)และแล้วก็ถึงจุดแรกที่พวกเราแวะักันนั่นคือ ไร่พุทรากว่า 50 ไร่


พี่ไกด์พูดให้ฟังว่าพุทราพันธ์นี้(พันธุ์ซื่อหมี่) ขนาดปกติเท่ากับลูกปิงปอง และลูกใหญ่สุดเท่ากับลูกเทนนิส (O.o)ถ่ายรูป+แวะพักประมาณ 10 นาทีพุทราห๊อมมหอม (ตรงไหนหว่า ??~!) ฝั่งตรงข้ามกันเป็นนาที่เตรียมไว้สำหรับ ปลูกข้าวญี่ปุ่นสถานีถัดไปคือ ไร่สตอเบอร์รี่ มะเขือเทศ(พันธุ์อะไรไม่รู้จำไม่ได้) และฝั่งตรงข้ามก็เป็็น จุดชมวิวแปลงสตอเบอรี่ มีอะไรบ้างนะหรอ ?~??
- สาธิตการทำรุ้งกินน้ำ (มุมนี้สวยๆนะ)
- น้ำเต้า,แปลงดอกไม้ พืชผักสวนครัวทั่วไป

สวนน้ำเต้า สวนมะเขือเทศ

รุ้งกินน้ำ และ สวนสตอเบอรี่

จากนั้นสถานีถัดไป สถานีที่ 3 คือไร่ชาอูหลงพี่ไกด์บอกพวกเราว่า ส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ ได้แก่ไต้หวัน ( พี่เขาแซวพวกเรากันอีกว่าไม่แน่ว่าถ้าเราไปประเทศไต้หวันแล้วได้ชากลับมา ชานั้นอาจมาจากไร่ของเรานี้ก็ได้ พวกเราก็ยิ้มๆพลางหัวเราะไปกับพี่ไกด์ด้วย -*-)

กลายเป็นคนเก็บชากันไปซะแล้ว อิอิ

จากนั้นไปสถานีที่ 4 สถานีสุดท้ายของทัวร์ไร่บุญรอดกันแล้วนั่นคือร้านอาหารภูภิรมย์ ซึ่งจุดๆนี้เราสามารถถ่า่ยคู่กับป้ายไร่บุญรอดได้และร้านอาหารที่เขาว่าสามารถเห็นวิวได้ 360 องศาสามารถเห็นวิวได้โดยรอบ(สถานีที่พวกเราผ่านมาเมื่อครู่ก็มองเห็นนะครับ)
แวะถ่ายภาพสักหน่อย อิอิ เหลืองเชียงราย (บานเต็มที่ตอนเดือนหน้า)

จากนั้นเราก็ขึ้นรถรางกลับไปยังหน้าไร่ ซึ่งจุดนี้ระหว่างทางพี่ไกด์แนะนำเราอีกว่า จะมีทางแยกไปดูโรงงานผลิตชา,โรงพักใบชา และทางมาร้านอาหารภูภิรมย์นี้ ถ้ามาด้วยรถส่วนตัวทางไร่บุญรอดอนุญาตให้มาไ้ด้เฉพาะร้านอาหาร โดยปิดถึง 22.00 น.สองข้างทางยามค่ำคืนจะมีตะเกียงน้ำมันส่องตลอดทาง
ส่วนร้านอื่นๆ (ร้านหน้าไร่ กับ รถรางเข้าชมไร่ปิดถึง 18.oo น.)รถรางเข้าชมไร่เริ่ม 9.30 - 17.00 น. (จ.-ศ.ออกรถทุกชั่วโมง ส่วนเสาร์-อาทิตย์ออกทุกครึ่งชั่วโมง เที่ยงจะออกเวลา 12.30 ให้พนง.พักทานอาหารก่อน )

หลังจากลงรถรางเนื่องจากหมดรอบก็ 16.00 น.แล้ว ผมก็ขอถ่ายรูปคู่กับพี่ไกด์นำทาง และก็คนขับรถราง
ให้เราชมไร่ด้วย


ขอขอบคุณมากนะครับที่ให้ข้อมูลและคำแนะนำดีๆแถมมีไมตรีที่ดีด้วยแล้วถ้ามีโอกาสผมจะกลับมาเที่ยวใหม่นะครับ ประทับใจและคุ้มมากครับ ... ไร่บุญรอด

เขียนบล็อกโดย Mr.Rocky Ricker (แม็กกี้)
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก @อาซาน และ @Ismaair และขอบคุณที่่อนุญาตให้เรานำภาพมาลงให้เพื่อนๆได้ชมก้ัน เช่นเคย
หากอยากชมภาพสวยๆใหญ่ คลิกที่ภาพนะครับ (ภาพใดคลิกไม่ได้ก็ตามนั้นครับ ^_^)

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ขึ้ันภูชี้ฟ้า 'วันเด็ก'ตอนที่ 2

หลังจากที่ตอนที่ 1 ผ่านไปให้หลายคนได้ติดตาม แถมยังมีบทความอื่นมาแทรกระหว่างกลางอีก ก็ได้มีโอกาส อัพตอนที่ 2 ซักทีก่อนที่ผู้อ่านจะรำคาญผม (จริงๆก็โดนนานละเนาะ )


ตื่นนอนตอนตี่สี่ครึ่ง(04.30 น.) ล้างหน้าแปรงฟัน (แบบว่าไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่เลย - - ) และรอเวลาจน05.30 น.ก็ขึ้นรถปิกอัพขึ้นไปที่ลานจอดรถบนภูชี้ฟ้า (ค่ารถคนละ ซาว(20)บาท) และเดินต่อขึ้น ภูชี้ฟ้าอีกจะถึงภู ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ถึงจุดหมายก็ประมาณ 06.00 น.แล้วก็รอๆ ร๊ออ รอ ... ถ่ายรูปพูดคุยไปเรื่อยๆ จนเวลาประมาณ 6.20 น. <>แสดง แสงแดดของวัน


เริ่มปรากฎสักพักหมอกก็บังอีก รอจนกระทั่ง 6.45 น. แสงออกและจน 7.10 น. พระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากเส้นขอบฟ้า (เย้ๆ ดีใจจัง เวลาที่เรารอคอยก็มาถึงซะที O.o!! )


หลังจากนั้นท้องฟ้าก็เปิดทั้งหมด เราก็เริ่มไปถ่ายรูปกันในจุดอื่นๆ บนภูชี้ฟ้า รวมไปถึงป้ายภูชี้ฟ้า (จุดสำคัญที่จะลืมไม่ได้ อิอิ ^-^!! )



และอีกอย่างเจอชาวต่างชาติด้วย ขอถ่ายรูปกับเขาและถามว่ามาจากไหน ..ได้รับ
คำตอบกลับมาว่ามาจาก อเมริกา จนพี่เลี้ยงที่พาพวกเราไปทักทำนองแซวว่า "เด็กพวกนี้ ไปไหนก็เจอฝรั่ง(ชาวต่างชาติ)ทุกที่เลยนะ - -! ) ...(ฮะๆ ก็มันบังเอิญนี่นาเนาะ จริงมะ @sittikorn @อาซาน @Ismaair)
ทั้งหมดนี้ก็คือทริปภูชี้ฟ้าประจำปี 2555 วันเด็ก 14 ม.ค.55 ที่พวกผมได้มีโอกาสไปเที่ยวกันมา และนำมาเล่าพร้อมกับเก็บภาพบางส่วนจากทั้งหมดมาฝากให้เพื่อนๆและคุณผู้อ่านมทุกท่านได้ติดตามกัน เผื่อฤดูหนาวหน้าเพื่อนๆ อาจเก็บภูชี้ฟ้านี้ไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยว #travel อีกที่ก็ได้ แล้วพบกันใหม่ี ในบทความ หน้าครับ สวัสดี ...



เ่ขียนบล็อกโดย Mr.Rocky Ricker [Mag @tanaesuan]
ขอขอบคุณ @Ismaair และ @อาซาน - สำหรับภาพสวยๆที่ถ่ายให้เราได้นำมาชมกัน
หมายเหตุ - @ตามด้วยชื่อที่อ้างอิงในบทความนี้คือชื่อตาม FB ไม่ใช่ Twitter ครับอย่าเข้าใจผิดนะ
- (คลิกที่ภาพหากต้องการดูแบบใหญ่ๆ)

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

ประกาศใช้ธนบัตรใบละ 50 บาท 18 ม.ค.นี้

พักจากเรื่องภูชี้ฟ้า ก่อนจะไปต่อตอนที่ 2 ผมมีเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องมาแรงแซงโค้งตอนนี้นั่นคือข่าวประกาศ
การใช้ธนบัตรรุ่นใหม่ล่าสุดนั่นเอง (ไม่งั้นคันไม้คันมือไม่จบสิ้น..) โดยธปท.ประกาศให้เริ่มใช้วันที่ 18 ม.ค.นี้
โดยในวันที่ 18 มกราคมของทุกปี เป็นวันทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ลงตัวที่ทำให้ ธปท.ประกาศให้มีการใช้ธนบัตรรูปแบบล่าสุดดังกล่าวข้างต้นก็เป็นไปได้เช่นกัน มีใจความจากประกาศที่ผมไปขุดคุ้ยมาจากเว็บ ธปท.มาดังนี้

" นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า ธปท. ได้พัฒนาและ
เปลี่ยนแปลงรูปแบบของธนบัตร โดยออกแบบเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยในสมัยต่าง ๆ พร้อมนำเทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงแบบใหม่มาใช้ เพื่อให้มีความสะดวกในการใช้งาน สามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ทั้งโดยเครื่องจักรนับคัดธนบัตรและโดยประชาชนทั่วไป รวมทั้งผู้พิการทางสายตา
สำหรับธนบัตรแบบใหม่ (แบบ 16) นี้ ธปท. จะทยอยนำออกใช้ 5 ชนิดราคา ได้แก่ 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1000 บาท ซึ่งยังคงมีขนาดและสีเช่นเดียวกับธนบัตรแบบที่ใช้ในปัจจุบัน (แบบ 15) โดยมีกำหนดนำธนบัตร ชนิดราคา 50 บาท ออกใช้เป็นชนิดราคาแรก ในวันที่ 18 มกราคม 2555 "


(ภาพธนบัตร 50 บาทล่าสุด)

โดยลักษณะที่สำคัญของธนบัตรใบละ 50 บาทนี้มีลักษณะดังนี้
1. ลายน้ำ พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และลายน้ำตัวเลขไทย
“๕๐” ที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษ มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อส่องดูกับแสงสว่าง

2. แถบสีน้ำเงินที่ปรากฏด้านหลังธนบัตร เป็นแถบพลาสติกเคลือบสีน้ำเงินที่ฝังไว้ในเนื้อกระดาษธนบัตร
ตามแนวยืน โดยเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดงเมื่อเปลี่ยนมุมมอง

3. ภาพซ้อนทับ ตัวเลข 50 พิมพ์แยกไว้บนด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อยกธนบัตรส่องดูกับแสงสว่างจะเห็น
เป็นตัวเลข 50 ที่สมบูรณ 

4. ลายพิมพ์นูน นอกจากที่ตัวอักษรและตัวเลขแจ้งราคาแล้ว ยังมีสัญลักษณ์สำหรับผู้พิการทางสายตา
เป็นรูปดอกไม้สีน้ำเงินเข้มในแนวเฉียง 2 ดอก มาจากตัวเลข “5” ในอักษรเบรลล 

แต่อย่างไรก็ตามธนบัตรรุ่นใหม่และรุ่นก่อนหน้าก็ยังคงสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายเช่นเดิม
และสงสัยว่าหลังจากนี้ธนบัตรรุ่นก่อนนี้คงจะหายาก และราคาแพงมากขึ้น เฉกเช่นธนบัตรเก่าๆรุ่นที่ผ่านๆมา
แน่ๆเลย ตอนนี้ผมยังมีแบงค์ 20 รุ่นเก่าๆอยู่เลยนะ ยกเว้นแบงค์สิบบาทแหะหาไม่เจอ เอาเป็นว่ารอบนี้ผมขอตัวไปสะสมแบงค์ 50 ก่อนดีกว่า แล้วพบกันใหม่ครับ ฟ้าวว ...

เขียนบล็อกโดย mr.rocky ricker
ขอขอบคุณอ้างอิงข้อมูลจาก : ธปท.- ธนาคารแห่งประเทศไทย [link บทความ]

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

ขึ้นภูชี้ฟ้า 'วันเด็ก' ตอนที่ 1

... อืมม หลังจากอัพบล็อกล่าสุดเรื่องคำขวัญวันเด็กไปเมื่อปลายปีที่แล้วผ่านมาก็ได้ฤกษ์อัพบล็อกเรื่องใหม่ของปีใหม่ทัันทีในวันนี้ ผมกะว่าจะหาเวลาอัพนานละ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะอัพเรื่องอะไรวัีนนี้พอดีไปเที่ยวมา
เลยมาขออัพบล็อก และอัพเดตภาพสวยๆให้ผู้อ่านลองดูละกันครับ

ทริป(การเดินทาง)ไปยังภูชี้ฟ้านี้ มีจุดเริ่มต้นจากอาจารย์พี่เลี้ยงรพ.เชียงราย(พวกผมมาฝึกงานนะครับ)
เริ่มออกเดินทางเวลา 13.45 น.(วันเด็กแห่งชาติ 14 ม.ค.55 ซะด้วย ^^) ด้วยรถประจำทางเชียงราย-เทิงจัดเรียงกึ่งกลาง

และเริ่มเหมารถสองแถวต่อขึ้นภูชี้ฟ้าปลายทางของเรา ค่าเหมา 700 บาท(แพงหูฉี่- -! ส่งไม่ถึงที่อีกปกติก็ประมาณนี้)
ประมาณ 17.00 ถึงที่พัก (มิได้พักเต้นท์นะ พักที่เรือนทองบ้านพัก )
เห็นรถตู้ช่อง 3 ด้วยสงสัยเตรียมถ่ายรายการสัญจรวันที่ 16 ม.ค.55 (ต้องติดตามดูซะหน่อยแล้ว 55+)
(บริเวณสามแยกไปอุทยาน และบ้านพักบนภูชี้ฟ้า)

18.oo น.ถ่ายรูปและชมบรรยาการรอบๆที่พักระหว่างรอรับประทานอาหาร

19.00 น.เริ่มรับประทานอาหาร และหลังจากนั้น 20.30 -21.00 น.เริ่มชมหิ่งห้อย (แปลกยังไงนะเหรอ ??~?
ก็แปลกตรงที่เจ้าของที่พักบอกว่าเพิ่งเกิดขึ้นปีนี้เป็นปีแรกนะสิ ~O.o!! )
และเริ่มก่อกองไฟผิงกัน (ก็มันหนาวนี่ T-T )


ภาพทั้งหมดนี้เล็กๆน้อยเฉพาะวันแรก 14 ม.ค.นะครับ เดี๋ยวมาต่อตอนที่สองครับ ตื่นนอนกันตอนตีสี่
เพื่อขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอน 6.00 น.บอกได้คำเดียวว่างานนี้ต้องติดตามอย่าพลาดครับ !!

แสดงความคิดเห็น (Comment) กันได้ผ่าน FB ของท่านที่ใต้บทความนี้นี้นะครับ รอติดตามกันนะครับกับตอนที่ 2 ครับ
เขียนบล็อกโดย นายแม็ก(mr.rocky ricker)

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

คำขวัญวันเด็กปี 55 ใครเป็นเด็กมาดูกัน -w-

วันนี้นั่งหลังทานข้าวเที่ยงเสร็จ แวะไปร้าน 7-11 ก็เหลือบไปเห็น ไทยรัฐฉบับพรุ่งนี้พาดหัวไว้ว่า นายกยิ่งลักษณ์ มอบคำขวัญแล้ว พร้อมกับข่าวว่า อดีตนายกทักษิณ มีแนวโน้มจะได้กลับมาประเทศไทย แต่ใครจะสนละ เรามาสนเรื่องเราดีกว่า -*-

คำขวัญวันเด็กปี 2555 ซึ่งตรงกับวันที่ 14 มกราคม 2555 นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบให้เด็กและเยาวชนไทยรุ่นใหม่ไว้ดังนี้
" สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี " (จำยากไปไหมเนี้ย -*-)

และเท่าที่ผมลองค้นหา Google ด้วยคำค้นว่า 'วันเด็ก 55' หรือ 'คำขวัญวันเด็ก ปี 2555' ก็จะพบว่าหลายเว็บอัพเดต

คำขวัญปีล่าสุดกันแล้ว และอีกหลายๆเว็บเช่นกันก็จะมาพร้อมกับ คอมเม้นท์ ติเรื่องความขวัญ โดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหลาย อาทิเช่น 'ลายมือไม่สวย' , ' ใช้ภาษาไทยไม่คล่อง' ,และอีกหลายๆคอมเม้นท์ ซึ่งสามารถติดตามอ่านกันได้


แต่งานวันเด็กปีนี้นอกจากคำขวัญแล้ว นายกยิ่งลักษณ์ยังได้อุ๊บไว้เซอร์ไพร์สสำหรับ เด็กๆที่จะมางานที่ตึกสันติไมตรีที่

จะมีการจัดในทุกๆปีอีกด้วย ก็ต้องติดตามกัน ...


ผมว่าแค่คำขวัญอย่างเก่งเด็กๆคงจำได้แค่ สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษา..... และคงคิดต่อไม่ออกแน่ๆ =w= ผมว่านะ คงต้องติดตามต่อกัน


เขียนบล็อกโดยนายร็อคกี้ ริคเกอร์


วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เปลี่ยนมาใช้ Facebook Timeline กันเถอะ

เปลี่ยนมาใช้ Facebook Timeline กันเถอะ

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมได้เปลี่ยนหน้าFB เป็นแบบ Timeline ตามที่ตั้งใจไว้ และไม่สามารถเปลี่ยนกลับได้อีกแล้ว T-T FB.Timeline คืออะไร หลายคนอาจคงสงสัย ซึ่งอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Facebook Timeline ได้ที่ คลิกอ่าน แต่ถ้ายังไม่เข้าใจสรุปคร่าวๆดังนี้

* Facebook Timeline เป็นรูปแบบของการดำเนินเรื่องราวแบบ Timeline ของเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยสรุปไว้ในหน้าเดียว
* มี Cover รูปภาพ,โพสต์ต่างๆที่เกี่ยวกับตัวเรา
* Apps ของเฟสบุคยังคงมีเหมือนเดิม

พูดง่ายๆก็คือไม่ได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมมากในเรื่องของ Apps ต่างๆยังคงเหมือนเดิม เพียงนำเอาระบบ Timeline มาเพิ่มเข้าไปนั่นแหละ และใครที่เปลี่ยนเป็นไทม์ไลน์แล้วนะครับ ก็พึงทำใจเลยนะครับเปลี่ยนกลับมาใช้แบบเดิมไม่ได้แล้วนะ ซึ่งตอนนี้เท่าที่ผมค้นหาดูใน Google เกี่ยวกับ Timeline ทำให้พบว่า
ผู้ใช้ส่วนใหญ่มีทั้งชอบและไม่ชอบ Facebook Timeline บ้างก็บอกว่าเหมือน hi5 และส่วนใหญ่เกิดความเคยชินปรับตัวไม่ทันเหมือนผมเอง

แต่ก็มีการโพสต์ข่าวในหลายๆบล็อกนะครับว่าอีกไม่นาน Facebook จะบังคับเปลี่ยนให้เป็นtimelineทุกคนอยู่แล้วไม่เกินปีนี้ แต่ก็ต้องติดตามกันต่อนะครับ

ใครไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Facebook Timeline ก็สอบถาม Mag ได้นะครับโดยพิมพ์ทิ้งไว้ที่กล่องสนทนาด้านล่างบล็อกนี้ครับ หรือง่ายที่สุดก็ Google ครับ หลายเว็บตอนนี้ก็มีข้อมูล Facebook Timeline มากพอสมควร

เขียนบล็อกโดย Magkup


วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Merry x-mas or christmas day

"We Wish You Merry Christmas We Wish You Merry Christmas..."
อีกไม่กี่วันแล้วนะครับที่เทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาส หรือ x-mas ก็จะมาถึงกันอีกแล้ว โดยในวันนั้นก็จะเป็นวันที่เด็กๆทุกคนจะได้นำถุงเท้ามาแขวนไ้ว้ที่ปล่องไฟ เพื่อหวังว่าเขาจะได้รับของขวัญที่ดีจากชายเครายาว ใส่ชุดแดงนั่งบนล้อเลื่อน มีเรนเดียร์ลากมาส่งของขวัญให้ เด็กๆเหล่านั้นเพื่อตอบแทนที่เด็กๆเหล่านั้นเป็นเด็กดีตลอดปีที่ผ่านมา ในวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีนั่นเอง แต่เอ๊ะ จะมีใครทราบบ้างว่าประวัติวันคริสต์มาสมีที่มาอย่างไร และจะรออะไรกันอยู่ละ ตามผมไปอ่านกันดีกว่า

ประวัติวันคริสต์มาส หรือ x-mas,christmas อะไรก็ตามแต่
จริงๆแล้วเป็นเทศกาลของศาสนาคริสต์ ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซูแต่ภายหลังเทศกาลนี้ก็มีผู้ร่วมฉลองกันทั่วโลกไม่ใช่แต่คริสเตียนเท่านั้นในปัจจุบัน ในวันนั้นผู้คนมากมายจะเริ่มพากันไปตัดต้นสน (เพราะว่าเป็นต้นไม้ที่หาง่ายที่สุดในประเทศนั้นๆ) เพื่อมาประดับตกแต่งภายในบ้าน มีการเขียนการ์ดคำอวยพรหากัน "Merry Christmas" ที่นิยมกันมากพร้อมกับเพลงในวันคริสต์มาส มีการเล่าเรื่องตำนานซานต้าครอสอีกด้วย
- สาเหตุที่ต้องมีต้นคริสต์มาสนั้นบางตำนานเชื่อว่า เป็นต้นไม้ที่อยู่ในสวนสวรรค์ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากินและทำบาปไม่เชื่อฟังพระเจ้า และเป็นการแสดงถึงบาปกำเนิดของทั้งสองในศตวรรษที่ 11 ชาวคริสต์จำมาเป็นฉากในการแสดงละคร

- ซานตาครอส ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ถือเป็นสัีญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองคริสต์มาสในปัจจุบันโดยเฉพาะในเด็กๆ แต่อันที่จริงแล้วถ้าดูประวัติจริงๆซานตาครอสแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับคริสต์มาสเลยถ้าอ่านประวัติดังกล่าว แล้วซานตาครอส มาได้อย่างไรละ? คำถามนี้คงเกิดขึ้นมานั่นเพราะ มีเหตุมาจาก มีนักบุญคนหนึ่งชื่อ st.nicholas (อ่านว่า เซนต์-นิ-โก-ลาส) เป็นนักบุญชาวฮอลแลนด์ที่อุปถัมภ์เด็กๆ หลังจากนั้นชื่อนักบุญท่านนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็น ซานตาครอส ใส่ชุดสีแดง นั่งรถเลื่อนเรนเดียร์ อย่างที่เล่าในปัจจุบัน ในที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับประวัติวันคริสต์มาส ซึ่งนั่นผมคัดออกมาจากเว็บไซต์2เว็บที่จะทำให้คุณผู้ฟังสามารถเข้าใจได้ง่ายที่สุด แต่ถ้าอยากจะอ่านเพิ่มเติมมากกว่านี้ผมจะทิ้งเป็นเครดิตไว้แล้วนะครับ
สำหรับครั้งนี้ mag ต้องขอกล่าวคำว่า Merry X-mas ผู้อ่านบล็อกล่วงหน้าครับ ^^

อ้างอิงบทความ Wikipedia เจ้าเก่า(แปลไทย) และ Zabzaa สำหรับประวัติที่ค่อนข้างละเอียด
เรียบเรียงและเขียนบทความนี้โดย mag

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

176 ปีมาร์ค ทเวน นักวรรณคดีอเมริกันที่มีอารมณ์ขันดีที่สุดในโลก

สวัสดีครับ ผู้อ่านประจำบล็อกmr.rocky ricker ทุกท่าน ก็หายไปนานทีเดียว เพราะเนื่องมาจากไม่ค่อยมีเวลาเข้า่เขียนบล็อกเท่าไหร่ เพราะอยู่ในช่วงฝึกงาน ที่รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ อากาศหนาวพอควร > < !วันนี้ก็เข้ามาทั้งที พบกับหน้า Google เปลี่ยนใหม่อีกแล้ว กับหน้าจอครบรอบ 176 ปี มาร์ค ทเวน(Mark Twain) บิดาแห่งวรรณคดีอเมริกัน ไหนๆก็ไหนแล้ว เรามาดูประวัติเขาสักหน่อยดีกว่า

ประวัติโดยทั่วไป
มาร์ค ทเวน นักเขียนชาวอเมริกัน เขาเติบโตที่เมืองฮันนิบาล มิสซูรี ซึ่งในภายหลังจะให้การตั้งค่าสำหรับ Huckleberry Finn และ Tom Sawyer เขาฝึกงานกับเครื่องพิมพ์ เขายังทำงานเป็นช่างเรียงพิมพ์และผลงานบทความที่หนังสือพิมพ์ Orion พี่ชายของเขา หลังจากที่ toiling เป็นเครื่องพิมพ์ที่เป็นในเมืองต่างๆที่เขาได้กลายเป็นนักบิน Riverboat ต้นแบบในแม่น้ำมิสซิสซิปปี ก่อนที่จะมุ่งตะวันตกที่จะเข้าร่วม Orion เขาเป็นความล้มเหลวที่เหมืองแร่ทองคำดังนั้นเขาต่อไปหันไปวารสารศาสตร์ ในขณะที่นักข่าวเขาเขียนเป็นเรื่องอารมณ์ขัน,กบกระโดดฉลอง Calaveras ของมณฑล ซึ่งเป็นที่นิยมมากและนำทั่วประเทศให้ความสนใจ travelogues ของเขาได้ยังดีที่ได้รับ
เขาขาดความเฉียบแหลมทางการเงินและแม้ว่าเขาจะทำอย่างมากของเงินจากงานเขียนและการบรรยายของเขา squandered มันในกิจการต่างๆโดยเฉพาะในCOMPOSITOR Paige และถูกบังคับให้ล้มละลาย
ด้วยความช่วยเหลือของhenry Huttleston โรเจอร์ส ในที่สุดเขาก็เอาชนะปัญหาทางการเงินของเขา ทเวนทำงานอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าทั้งหมดของเจ้าหนี้ของเขาได้ชำระเงิน เต็มจำนวนถึงแม้ว่าการล้มละลายของเขาโล่งใจเขาจากความรับผิดชอบทางกฎหมาย

ระหว่างที่ทเวนยี่ยมชมดาวหางฮัลเลย์ เขาคาดการณ์ไว้ว่าเขาจะ"ออกไปพร้อมกับมัน"เช่นกัน เขาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ.1910 กลับมาของดาวหาง เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น"นักประพันธ์อารมณ์ขันอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอายุของเขา"

ขอบคุณเจ้าของข้อมูล Wikipedia(ฉบับแปลไทย) เรียบเรียงให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย นายร็อคกี้

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

224 ปี บิดาการถ่ายภาพ 'Louis Daguerre'


วันนี้หลังผ่านเวลา 00.01 น. ผมได้เข้า Google ซึ่งเปลี่ยนโลโก้ใหม่อีกแล้ว พอพิจารณาดูก็เป็นวันครบรอบของหลุยส์ ดาแกร์เร นักจิตรกรและนักสถาปัตยกรรมแห่งการออกแบบและวาดภาพ ของฝรั่งเศส และเป็นบิดาแห่งการถ่ายภาพในเวลาต่อมา ที่มีกระบวนการของ ดาแกโรไทป์ (Daguerreotype) ที่มีแนวคิดมาจากกระบวนการ Heliography ของ Josept Nicephore Niepce (หุ้นส่วนของหลุยส์และเสียชีวิตไปก่อน)


ประวัติของหลุยส์ ดาแกร์เร หลุยส์นั้นเกิดวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ.1787 ประเทศฝรั่งเศส เขาฝึกงานในสถาปัตยกรรมการออกแบบโรงละครและการวาดภาพแบบพาโนรามากับปิแอร์ Prevost, จิตรกรพาโนรามาก่อนภาษาฝรั่งเศส เหลือเกินเก่งที่ความสามารถของเขาสำหรับการแสดงละครมายาเขาก็กลายเป็นนักออกแบบที่มีการเฉลิมฉลองสำหรับละครเวทีและต่อมาที่จะคิดค้น Diorama ที่เปิดในปารีสในกรกฎาคม 1822

ในปี 1822 Josept Nicephore Niepce ผลิตภาพถาวรแห่งแรกของโลก (ที่รู้จักกันเป็น Heliograph) Daguerre ร่วมมือกับ Niépce สามปีต่อมาที่จุดเริ่มต้นความร่วมมือที่สี่ปี. Niépce เสียชีวิตอย่างกระทันหันใน 1833 เหตุผลหลักสำหรับการที่"หุ้นส่วน"เท่าที่ Daguerre เป็นกังวลอาจได้รับการเชื่อมต่อกับไดโอราม่าที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วของเขา Niépce คือเครื่องพิมพ์และกระบวนการของเขาขึ้นอยู่กับวิธีที่เร็วกว่าในการผลิตแผ่นพิมพ์ Daguerre อาจจะคิดว่ากระบวนการการพัฒนาโดย Niépce ที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการสร้างภาพสามมิติของเขา

Daguerre ประกาศความสมบูรณ์แบบล่าสุดของ Daguerreotype หลังจากปีของการทดลองใน 1839 กับฝรั่งเศส Academy of Sciences ประกาศกระบวนการที่ 7 มกราคมของปีที่ สิทธิบัตร Daguerre ของถูกซื้อโดยรัฐบาลฝรั่งเศสและใน 19 สิงหาคม 1839 รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศประดิษฐ์เป็นของขวัญ"ฟรีให้โลก."

ลูกชาย Niépce และ Daguerre ได้รับเงินบำนาญจากรัฐบาลในการแลกเปลี่ยนสำหรับการใช้งานร่วมกันได้อย่างอิสระ Daguerre เสียชีวิตเมื่อ 10 กรกฎาคม 1851 จากหัวใจวาย ชื่อของ Daguerre เป็นหนึ่งใน 72 ชื่อจารึกไว้ในหอไอเฟล

นั้นก็เป็นประวัติเล็กน้อยของดาแกร์เร บิดาแห่งการถ่ายภาพของเรานะครับ



ซึ่งสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia_Louis

ขอบคุณลิงค์อ้างบทความ :: http://www.imaicafe.com/2011/11/18/google-doodle-louis-daguerre/



วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แนะนำเรื่องการใช้ไฟฟ้าในสถานการณ์น้าท่วม 5 ประการ ควรคำนึง!!

สวัสดีครับท่านผู้อ่านและผู้ที่ติดตามบล็อก นายร็อคกี้ (Mr.rocky ricker) ของเราทุกท่านนะครับในวันนี้ 27 ต.ค.ผมก็ท่องโลกอินเตอร์เน็ตหาโน่นทำนี่ ไร้สาระกันอีกเช่นเคยจนกระทั่งไปเจอบล็อกหนึ่งของ IT24hr ขออนุญาตครอบลิงค์เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณผู้อ่านนะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมก็เลยไปเจอ 5 คำเตือนเรื่องไฟฟ้าขณะอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่ออุทกภัย หรือเกิดขึ้นแล้วนะครับ ดังนี้ครับ

ข้อแนะนำในการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและน้ำท่วมขัง 5 ประการ
1.ก่อนน้ำท่วมเข้าภายในบ้านหรือบริเวณบ้าน ให้รีบขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัยน้ำท่วมไม่ถึง
เพราะว่าถ้าคุณไม่ทำเช่นนี้ หากอุปกรณ์ไฟฟ้าของท่านเมื่อโดนน้ำอุปกรณ์ของท่านก็พัง เสียหาย หรือแม้แต่ไฟฟ้าอาจรั่วและส่งผลเสีย
ต่อตัวเจ้าของบ้านเองได้ นะครับ ต้องระวัง >_<~

2. กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานและมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน โดยให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าปลดสวิตช์ที่ชั้นล่างให้เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือช่างไฟฟ้าเพื่อแยกวงจรชั้นบน และชั้นล่าง

3.กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟด้านในและด้านนอกอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำ แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นอาจอยู่เหนือระดับน้ำ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ *** ปลั๊กไฟที่น้ำท่วมห้ามใช้งานเด็ดขาด ***

4.
ควรอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าหรือระบบจำหน่ายในพื้นที่น้ำท่วม รวมทั้งปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมอย่างน้อย 1 – 2 เมตร เพื่อความปลอดภัย

5.
พบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูด อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่ติดอยู่กับกระแสไฟฟ้าหรือตัวนำที่เป็นเหตุ ให้เกิดอันตรายเป็นอันขาด เพื่อป้องกันมิให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนได้รับอันตรายไปด้วย
ควรใช้ผ้า หรือสื่อใดๆที่ไม่นำไฟฟ้า เขี่ยอุปกรณ์ไฟฟ้าจากผู้ถูกไฟฟ้าดูด และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ถูกไฟฟ้าดูด

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับคำแนะนำดีๆ 5 ประการง่ายๆที่คุณก็ทำได้ เพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้อยู่อาศัยในบ้านคุณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นไฟฟ้าแรงสูง ทางที่ดีควรแจ้งฝ่ายการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้เข้ามาจัดการด้วยจะดีที่สุด และผู้ประสบเหตุไฟฟ้าดูดหลังจากได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ควรรีบแจ้งรถพยาบาลโดยเร็ว ...
อ่่านบทความนี้แบบฉบับเต็ม และบทความอื่นๆได้ที่ IT24ชั่วโมง

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ครม.ประกาศหยุดยาว 5 วันแก้ปัญหาน้ำท่วม

ครม.ยิ่งลักษณ์ ประกาศวันหยุดยาว 5 วันแก้ปัญหาน้ำท่วม

ที่ประชุมครม.ได้มีมติเห็นชอบ ประกาศให้ วันที่ 27 ,28 และ 31 ต.ค.2554 เป็นวันหยุดข้าราชการ ส่วนวันที่ 29 และ 30 เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อยู่แล้ว ดังนั้น จึงถือว่า การประกาศวันหยุดในครั้งนี้ จะมีระยะเวลาทั้งสิ้น 5 วัน (อ้างอิง ลิงค์)
นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมหลังครม.ได้อนุมัติวันหยุดราชการ จากวันที่ 27-31 ตุลาคมนี้ เพื่อรับมือกับเหตุน้ำทะเลหนุน โดยจะมี 21 จังหวัดที่ทาง ครม. ประกาศให้หยุด ได้แก่ จ.สุโขทัย จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม จ.กำแพงเพชร จ.ตาก (อ้างอิงจาก ลิงค์)

ไม่รู้ว่าการที่ประกาศหยุดยาวอย่างนี้จะเป็นผลดีแก่ราษฎรที่นักการเมืองจะช่วยราษฎรแก้ปัญหาน้ำท่วมกันอย่างเต็มที่ หรือว่าดีแก่นักการเมืองที่จะได้ถือโอกาสลาพักยาวก็ไม่รู้นะครับ คงต้องติดตามผลงานรัฐบาลกันต่อ แต่อย่างไรก็ตามประชาชนก็จะเป็นคนตัดสิน

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รองรับฮาร์ดดิสก์ของคุณไว้ด้วยกล่องเคสกระดาษ

เคสใส่ฮาร์ดดิสก์นอก(External harddisk) จาก"กล่องกระดาษ"

หากพูดว่ามีเคสที่ทำมาจากกล่อกระดาษ หลายคนต้องถึงกับตะลึง อ้าปากค้่างหรืออะไรต่ออะไรแน่ๆ O_o!! เพราะมันจะเป็นไปได้อย่างไรละ ก็เคส(case)มันก็ต้องเป็นกล่องเหล็กภายในบรรจุอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้สิ แต่มันเป็นไปแล้วครับคุณผู้อ่าน และที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้ก็คือ เป็นเคสแต่ไม่ใช่เคสที่เห็นทั่วๆไปนะครับ แต่เป็นเคสกล่องกระดาษที่เอาไว้สำหรับรองรับฮาร์ดดิกส์ของเราให้ดูเหมือนเป็นเคส ซึ่งเป็นไอเดียของ gadget ในผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ Bytepac นะครับ ที่ต้องการลดโลกร้อนด้วยการนำกล่องกระดาษมาทำเป็นไอเดียดังกล่าว



ซึ่่งภายในจะถูกออกแบบให้มีขนาดพอดีกับฮาร์ดดิกส์ของเรา และมีช่องสำหรับสอดสาย USB ที่ไว้สำหรับเชื่อมต่อ harddisk กับ computer ของเรา ซึ่งไอเดียกล่องกระดาษฮาร์ดดิกส์นี่ก็อยู่ที่ 39.95 ยูโร หรือประมาณ 1,650 บาท

สำหรับขั้นตอนและวิธีการก็แค่เลื่อนครอบกล่องที่อยู่ด้านนอกออก จากนั้นที่ด้านในจะมี ช่องวางฮาร์ดดิสก์ SATA ขนาด 3.5" ด้านบนมีกระดาษพับกดลงด้านบนเมื่อปิด เพื่อให้มีช่องว่างภายในสามารถระบายความร้อนที่เกิดขึ้นได้ระดับหนึ่ง นำครอบกล่องมาสวมเข้าไป สังเกตที่ด้านล่างจะม่ีช่องเสียบเคเบิ้ล SATA/USB ขณะที่ด้านหน้าของกล่องจะ มีรูระบายอากาศให้อีกด้ว

อ้างอิงข้อมูล และขอบคุณข้อมูลจาก : it4x

แสดงความคิดเห็นบนบล็อกนายร็อกกี้ ผ่าน FB